ระดับปริญญาโท (Master Degree)
Permanent URI for this collection
Browse
Recent Submissions
- Itemภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการบริหารของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงราย จังหวัดเชียงราย(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) วีณา คำมงคลการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับคุณภาพการบริหารของโรงเรียน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับคุณภาพการบริหารของโรงเรียน และ 4) สร้างสมการพยากรณ์คุณภาพการบริหารของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงราย จังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครู สังกัดเทศบาลนครเชียงราย จำนวน 212 คน กำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ และทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.942 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) คุณภาพการบริหารของโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพการบริหารของโรงเรียนในระดับค่อนข้างสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสามารถพยากรณ์คุณภาพการบริหารของโรงเรียนได้ร้อยละ 81.50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ดังสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ คือ Ŷ = 0.278 + 0.289(X4) + 0.248(X3) + 0.243(X2) + 0.160(X1) และสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Ẑ = 0.355(Zx4) + 0.265(Zx3) + 0.246(Zx2) + 0.163(Zx1)
- Itemการพัฒนาทักษะอาชีพการแปรรูปอาหารตามแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา สำหรับนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) วนิฐา ปัญญาส่องการวิจัยครั้งมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะอาชีพการแปรรูปอาหารของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เรื่อง การแปรรูปอาหารกับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแปรรูปอาหาร ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ ตามแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา สำหรับนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีต่อแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เมี่ยนและม้ง โดยเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง จำนวน 13 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แผนจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแปรรูปอาหาร แบบวัดทักษะอาชีพ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้สถิติวิลคอกซัน (The Wilcoxon Signed-Ranks Test) ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์หลังจากได้รับการเรียนรู้ ตามแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษามีทักษะอาชีพการแปรรูปอาหารสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่จัดการเรียนรู้ตามแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เรื่อง แปรรูปอาหาร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (ค่าเฉลี่ย = 22.23, S.D.= 2.52) และก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย (ค่าเฉลี่ย = 16.85, S.D.= 4.18) 3) ความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีต่อแนวทางการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาทั้ง 4 ด้าน นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.53, S.D = 0.14)
- Itemการศึกษาความพร้อมการประกันคุณภาพภายในเพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงราย เขต 2(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) วัศพล ชุตินทราศรีการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความพร้อมการประกันคุณภาพภายในเพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความพร้อมการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาแนวทางการเตรียมความพร้อมการประกันคุณภาพภายใน เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และวิธีเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 306 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า โดยวิเคราะห์ สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าเอฟ โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ และแบบสัมภาษณ์ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความพร้อมการประกันคุณภาพภายในเพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบความพร้อมการประกันคุณภาพภายในเพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จำแนกตามขนาดสถานศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) แนวทางการเตรียมความพร้อมการประกันคุณภาพภายใน ได้แก่ 1) วางแผนและดำเนินการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น 2) ใช้หลักบริหารแบบมีส่วนร่วมและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการปฏิบัติงานและส่งเสริมการเรียนรู้ และ 3) ส่งเสริมการพัฒนาครูให้มีความรู้ จากสื่อที่หลากหลายมากขึ้น
- Itemความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรทางการศึกษากับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) วณัฐดา ฟูแสงการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรทางการศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา 2) ศึกษาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรทางการศึกษา กับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา จำนวน 165 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า 1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และด้านการกระตุ้นทางปัญญา ตามลำดับ 2. การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านมีวิสัยทัศน์ ร่วมกัน ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ ด้านเรียนรู้เป็นทีม ด้านบุคลากรชั้นเลิศ และด้านมีแบบแผนความคิดร่วม ตามลำดับ 3. ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรทางการศึกษากับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพะเยา โดยภาพรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
- Itemความคาดหวังของเกษตรกรต่อบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านส่งเสริมการเกษตรกรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลจำป่าหวายอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2015) สิบตำรวจเอกอดิศร แลวงค์นิลการศึกษา เรื่องความคาดหวังของเกษตรกรต่อบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านส่งเสริมการเกษตร กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลจำป่าหวาย มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาความคาดหวังของเกษตรกร และศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขที่มีต่อการส่งเสริมภาคเกษตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลจำป่าหวาย การศึกษาใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถาม จำนวน 380 ตัวอย่าง วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยใช้ตารางแจกแจงความถี่ ซึ่งแสดงผลเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบายถึงลักษณะของข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ของแบบสอบถามและการวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน ในการทดสอบสมมติฐานของงานวิจัยส่วนนี้ใช้ Independent-sample t-test และใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า สิ่งที่เกษตรคาดหวังสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ความคาดหวังให้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี ความคาดหวังให้จัดตั้งศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าการเกษตรในชุมชน และความคาดหวังให้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มเพื่อมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าได้เอง ผลการศึกษาความแตกต่างลักษณะทางประชากรศาสตร์กับระดับความคาดหวังของเกษตร พบว่า ปัจจัยด้าน เพศ อายุ พื้นที่เพาะปลูก ต่างกันมีระดับความคาดหวังของเกษตรกร โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยด้านระดับการศึกษา พืชผลทางการเกษตรที่เพาะปลูก และรายได้จากการทำการเกษตรที่แตกต่างกัน มีผลต่อระดับความคาดหวังของเกษตรกรแตกต่างกัน ข้อเสนอแนะ ควรกำหนดนโยบายส่งเสริมการเกษตรโดยให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี และสามารถจัดการทรัพยากรทางการเกษตรให้เหมาะสมและคุ้มค่า โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีรายได้หลักจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม