University of Phayao

Digital Collections

ฐานข้อมูลคลังปัญญา มหาวิทยาลัยพะเยา จัดทำโดยศูนย์บรรณสารและการเรียนรู้ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บและเผยแพร่ผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิต ของมหาวิทยาลัยพะเยา

นโยบายการรับผลงานการรับผลงานเข้าสู่ฐานข้อมูลคลังปัญญา มหาวิทยาลัยพะเยา จะคัดเลือกรับผลงานประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • Theses วิทยานิพนธ์
  • Dissertations ดุษฎีนิพนธ์
  • Independent Study รายงานการค้นคว้าอิสระ
  • Technical Report รายงานการวิจัย
  • Journal Paper บทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในบทความวารสาร
  • Bachelor’s Project ปัญหาพิเศษนักศึกษาปริญญาตรี
  • Patents สิทธิบัตร
  • Local Information Phayao Province ข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดพะเยา
  • University of Phayao Archives จดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยพะเยา

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือส่งผลงานได้ที่ UPDC Support.

Photo by @inspiredimages
 

Recent Submissions

Item
การศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนกลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) อริสราวัลย์ นันทะเสน
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนกลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียน กลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จำแนกตามประสบการณ์การทำงานและขนาดของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 12 คน และครูผู้สอน จำนวน 192 คน รวมทั้งหมด 204 คน โดยใช้วิธีคำนวณตามสูตรของทาโร่ ยามาเน่ สุ่มตัวอย่าง แบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผลการวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง ได้ 0.67-1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใช้การเปรียบเทียบ (F-test) วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’s) ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนกลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย โดยภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก รายด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านการมีวิสัยทัศน์ รองลงมา คือ ด้านการมีความยืดหยุ่นและด้านการทางานเป็นทีม ส่วนด้านที่มีค่า เฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล 2) จากผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนกลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จำแนกตามประสบการณ์การทำงานและขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Item
นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระตุ้นการรับความรู้สึกกดและช่วยยืดเอ็นร้อยหวาย
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2021) อนุษา รังทะษี; รติภัทร มุณีแก้ว; ราชาวดี ศรีศิษฏิยางกูร
นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายสร้างขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อรยางค์ส่วนบนและส่วนล่างของร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นของเอ็นร้อยหวาย (Calcaneal tendon) ประสิทธิภาพของนวัตกรรมถูกประเมินโดยนักกายภาพบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 13 ข้อ นอกจากนี้ทำการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจออนไลน์ จำนวน 7 ข้อ โดยอาสาสมัครเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 14 คน ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายควรพัฒนาในส่วนของความสามารถในการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความเหมาะสมของต้นทุน การประเมินระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งาน พบว่า ระดับความพึงพอใจเท่ากับ 4.09 ± 0.56 ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้ยังขาดการทดลอใช้จริง ดังนั้นในอนาคตควรศึกษาประสิทธิภาพของนวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายนี้ในอาสาสมัครโดยเฉพาะในผู้ป่วยทางระบบประสาท
Item
ความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) อภิลาศ สิทธิสาร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 322 คน โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัยแบบผสม (Mixed methods) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสอบถาม (Quantitative Research) และแบบสัมภาษณ์ (Qualitative Research) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และความต้องการจำเป็น (PNImodified) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ในภาพรวม สูงสุด คือ ด้านการตัดสินใจตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมีสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับมาก และมากที่สุด ตามลำดับ 2) ข้อเสนอแนะการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 มี 3 ข้อเสนอแนะ
Item
การติดสมาร์ทโฟนในนิสิตกายภาพบำบัดชั้นปีที่ 3-4 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2021) ณัฐณิชา หนูเอียด; วิภาดา พรมลารักษ์; ศุภรัสมิ์ บำรุงชู
สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตของมนุษย์ การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ปัจจุบันพบว่า ยังไม่มีการศึกษาความชุกของการติดสมาร์ทโฟนในนิสิตในสถานการณ์การเรียนในรูปแบบออนไลน์ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาการติดสมาร์ทโฟนในนิสิตกายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา การศึกษานี้มีอาสาสมัครเป็นนิสิตกายภาพบำบัดชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 111 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนฉบับภาษาไทย (Smartphone Addiction Scale-Thai Short Version; SAS-SV) ในรูปแบบออนไลน์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS Version 17.0 พบว่า มีอาสาสมัครตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งหมด 80 คน เป็นเพศชาย 14 คน มีค่าเฉลี่ย THAI-SAS-SV score เท่ากับ 31.00±7.77 คะแนนจากคะแนนเต็ม 60 คะแนน (ช่วงคะแนน 14-43 คะแนน) และเพศหญิง 66 คน มีค่าเฉลี่ย THAI-SAS-SV score เท่ากับ 34.29±7.71 คะแนนจากคะแนนเต็ม 60 คะแนน (ช่วงคะแนน 20-52 คะแนน) เมื่อพิจารณาจากค่าจุดตัดของ THAI-SAS-SV score พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟน เป็นเพศชาย จำนวน 9 คน จาก 14 คน คิดเป็น 64.29% และเพศหญิง 37 คน จาก 66 คน คิดเป็น 56.06% เมื่อพิจารณาทั้งเพศชายและหญิง พบว่า จำนวนผู้ที่มีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนเท่ากับ 46 คน จาก 80 คน คิดเป็น 57.5% สรุปได้ว่า การติดสมาร์ทโฟนในนิสิตกายภาพบำบัด ชั้นปีที่ 3-4 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เท่ากับร้อยละ 57.5 ซึ่งมีความชุกอยู่ในระดับสูง
Item
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) บุณยาพร สุฤทธิ์
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและผู้บริหารในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 322 ซึ่งได้จากการสุ่มขนาดกลุ่มตัวอย่างในตารางกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ด้านการสร้างแรงจูงใจ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการคิดสร้างสรรค์ แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต 3 ทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีวิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนแปลง 2) ด้านการทำงานเป็นทีม 3) ด้านการคิดสร้างสรรค์ 4) ด้านการสร้างบรรยากาศขององค์กร 5) ร่างการสร้างแรงจูงใจ 6) ความกล้าเสี่ยงกล้าตัดสินใจ 7) ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8) ด้านการตัดสินใจและแก้ปัญหา