ระดับปริญญาเอก(Doctoral Degree)

Permanent URI for this collection

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 5 of 155
  • Item
    มาตรการและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดซ้ำ
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ชุติพงศ์ สมทรัพย์
    ประเทศไทยมีมาตรการและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดทางอาญา โดยมุ่งให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีและคืนสู่สังคมและไม่หวนไปกระทำความผิดอีก แต่ยังปรากฏสถานการณ์การกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพประชากรในอนาคตและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมการศึกษามาตรการและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดซ้ำ จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาแนวคิด กระบวนทัศน์และวิธีการของกฎหมายสำหรับการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชน ในอันที่จะเป็นประโยชน์ต่อประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคดี การแก้ไขฟื้นฟูและการติดตามภายหลังการปล่อยตัวเพื่อลดปัญหาการกระทำความผิดซ้ำ โดยการศึกษานี้ตั้งคำถามว่าประเทศไทยควรมีมาตรการและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนเป็นการเฉพาะหรือไม่และอย่างไร วัตถุประสงค์ในการศึกษานี้คือ เพื่อทราบแนวคิด ทฤษฎี กระบวนทัศน์ และวิธีการของกฎหมายสำหรับการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชน ในส่วนของมาตรการและกระบวนการชั้นพิจารณาคดี การแก้ไขฟื้นฟูและการติดตามภายหลังการปล่อยตัว ดำเนินการศึกษาโดยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งประกอบด้วยวิธีวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และวิธีวิจัยเชิงสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) วิเคราะห์และสรุปผลการศึกษาแบบอุปนัย ผลการศึกษาพบว่า การกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนในทฤษฎีทางอาชญาวิทยายังไม่มีความชัดเจนซึ่งรวมถึงนิยามความหมายด้วย ในทางสากลมีการยอมรับว่ามาตรการ และกระบวนการทางกฎหมายสามารถแก้ปัญหาการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนได้ ภายใต้แนวคิดการไม่มุ่งต่อการลงโทษ แต่มุ่งแก้ไขฟื้นฟูให้สามารถกลับสู่สังคมได้โดยไม่ถูกตีตราว่าเคยกระทำความผิด โดยเน้นการเบี่ยงเบนคดีและการเบี่ยงเบนการลงโทษเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศมีการลงโทษเด็กและเยาวชนในการกระทำความผิดซ้ำ และอาจรวมถึงการกระทำความผิดร้ายแรงในบางประเทศด้วย สำหรับในประเทศไทย ยึดถือมาตรการและกระบวนการแก้ไขฟื้นฟูเป็นหลักอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีการพิจารณาคดีที่เป็นการกระทำความผิดซ้ำและการกระทำความผิดร้ายแรง ผลการศึกษาพบว่า กระบวนทัศน์ของผู้ใช้กฎหมาย คือ ศาลเด็กและเยาวชน ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้มีมาตรการ และกระบวนการทางกฎหมายสำหรับการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนเป็นการเฉพาะ ในขณะที่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย คือ พนักงานอัยการ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พนักงานคุมประพฤติ นักจิตวิทยา และพนักงานสอบสวนมีแนวโน้มเห็นด้วย การศึกษานี้จึงเสนอให้มีการศึกษาแนวคิดในการกำหนดให้มีมาตรการและกระบวนการทางกฎหมายสำหรับการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ในทางวิชาการเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน สำหรับแก้ปัญหาการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนในประเทศไทยต่อไป
  • Item
    การพัฒนารูปแบบการจัดการความเสี่ยงของโรงแรมขนาดเล็กเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในพื้นที่ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) ศิริศักดิ์ ศักดิ์ศิริคุณ
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพี่อศึกษาการจัดการความเสี่ยงของโรงแรมขนาดเล็กในการรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก 2) เพื่อศึกษาการรับรู้ปัจจัยความเสี่ยงของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในการใช้บริการโรงแรมขนาดเล็ก ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการความเสี่ยงของโรงแรมขนาดเล็กในการรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก จำนวน 400 คน ผลการศึกษาพบว่า โรงแรมขนาดเล็กต้องมีการจัดการความเสี่ยงด้านห้องพัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 55-65 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 25,001 บาท สถานภาพสมรส และส่วนใหญ่มาจากภาคกลางของประเทศ มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว และญาติพี่น้อง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง และมีค่าใช้จ่ายที่พักเฉลี่ยต่อคืนอยู่ที่ 1,001-1,500 บาท ระดับการรับรู้ปัจจัยความเสี่ยง พบว่า อยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.03) โดยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีความเสี่ยงอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.33) รองลงมา คือ ด้านห้องพัก มีความเสี่ยงเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.19) ด้านการบริการ มีความเสี่ยงเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.07) และด้านอาคารสถานที่ มีความเสี่ยงเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̅ = 3.51) ตามลำดับ รูปแบบการจัดการความเสี่ยงของโรงแรมขนาดเล็กในการรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ใช้รูปแบบการลดความเสี่ยง ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านอาคารสถานที่ ด้านห้องพัก ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และด้านการบริการ ได้แก่ ด้านอาคารสถานที่ พบว่า ปัจจัยส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของพึงพอใจในการจัดการความเสี่ยง วิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม คือ การลดความเสี่ยง ด้านห้องพัก พบว่า ปัจจัยส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของต้องมีการจัดการความเสี่ยง วิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม คือ การลดความเสี่ยง ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พบว่า ทุกปัจจัยจะอยู่ในส่วนของพึงพอใจในการจัดการความเสี่ยง วิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม คือ การลดความเสี่ยง และด้านการบริการ พบว่า ปัจจัยส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของต้องมีการจัดการความเสี่ยง วิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม คือ การลดความเสี่ยง
  • Item
    แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทย กรณีศึกษานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) บงกช เดชมิตร
    การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์และประเภทของการท่องเที่ยวเชิงอาหารในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาด (8 P’s) ที่ใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 3) เพื่อศึกษาการรับรู้อาหารไทยของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 4) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทย 5) เพื่อศึกษาภาพลักษณ์ของอาหารไทยที่ใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 6) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม การวิจัยเชิงปริมาณทำการเก็บแบบสอบถามกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่อาศัยอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ที่เคยไปท่องเที่ยวยังประเทศไทยและเคยรับประทานอาหารไทย จำนวนทั้งหมด 400 คน ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณา การวิจัยเชิงคุณภาพได้ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวนทั้งหมด 24 คน จำแนกเป็น 4 กลุ่ม ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง ผู้วิจัยนำข้อมูลทั้งหมดมาสังเคราะห์ด้วย SWOT Analysis และ TOWS Matrix ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทย กรณีศึกษานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียด้วยรูปแบบ Thainess Model ประกอบด้วย รสชาติความอร่อยแบบไทยแท้ (Tasty: T) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี (Host: H) มหกรรมอาหารไทย เทศกาลอาหาร (Activity: A) ภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวเชิงอาหารของประเทศไทย (Image: I) การสร้างภาคีเครือข่าย (Network: N) การยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก (Enhance:E) สื่อออนไลน์ (Social Media: S) เรื่องราว เรื่องเล่าของอาหาร (Story telling: S)
  • Item
    การจัดการวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ของโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงราย
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) มนสิชา ซาวคำ
    การศึกษาในครั้งนี้ เพื่อหาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าพักโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงรายของนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 การศึกษาผลกระทบวิกฤตที่เกิดขึ้นกับโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงราย และเพื่อเสนอการจัดการวิกฤตสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงราย โดยการศึกษาข้อมูลประกอบด้วยการลงพื้นที่สำรวจ แบบสอบถามนักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างสำหรับตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสรุปเป็นแนวทางการจัดการวิกฤตจากโรคระบาดโควิด-19 ของโรงแรมขนาดกลาง จังหวัดเชียงรายอย่างเหมาะสม ผลการศึกษาวิจัยพบว่า แนวทางการจัดการวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงราย ในแต่ละช่วงของวิกฤตมี 3 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 การจัดการช่วงก่อนเกิดวิกฤต (Pre-Crisis) ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1 การตอบสนองอย่างทันท่วงที กลยุทธ์ที่ 2 วางแผนการเงินให้รอด กลยุทธ์ที่ 3 สุขอนามัยและความปลอดภัย และกลยุทธ์ที่ 4 การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ แนวทางที่ 2 การจัดการช่วงระหว่างเกิดวิกฤต (During Crisis) ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1 การปรับตัวเพื่อความคงอยู่ของธุรกิจ กลยุทธ์ที่ 2 การจัดการต้นทุนและการเงิน กลยุทธ์ที่ 3 การบรรเทาผลกระทบและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้าน และกลยุทธ์ที่ 4 รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า แนวทางที่ 3 การจัดการระยะหลังเหตุการณ์ภาวะวิกฤต (Post-Crisis) ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1 บูรณาการการทำงาน กลยุทธ์ที่ 2 เทคโนโลยีเปลี่ยนธุรกิจ กลยุทธ์ที่ 3 การจัดการทรัพยากรมนุษย์ กลยุทธ์ที่ 4 การพัฒนาโรงแรมสู่ความยั่งยืน
  • Item
    กฎหมายเพื่อป้องกันผลกระทบของยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและการขับขี่ต่อความปลอดภัยสาธารณะในประเทศไทยและประชาคมอาเซียน
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) อานนท์ จำลองกุล
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทฤษฎีความปลอดภัยทางถนน นโยบายและมาตรการทางกฎหมายจราจรของประเทศไทย สหภาพยุโรป สวีเดน เยอรมนี และอาเซียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ภายใต้อิทธิพล และเสนอแนวทางกำหนดนโยบายและมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยและอาเซียน กระบวนการวิจัยประกอบด้วยการทำวิจัยเอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยพบว่า มาตรการควบคุมการขับขี่ของประเทศไทยและอาเซียนยังขาดความเหมาะสม และประเทศสมาชิกอาเซียนมีนโยบายและมาตรการทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ ได้แก่ ประการแรก หน่วยงานของประเทศไทยด้านการกำหนดและปฏิบัติตามนโยบายควรเป็นหน่วยงานเดียวกัน ประการที่สอง ประเทศไทยควรปรับปรุงนิยามศัพท์ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดระดับแอลกอฮอล์เป็นพิเศษสำหรับผู้ขับขี่รถสาธารณะ กำหนดรายการยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทให้มีความครอบคลุม กำหนดระยะเวลาทดสอบผู้ขับขี่และระยะเวลาห้ามการใช้ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กำหนดอัตราค่าปรับตามระดับแอลกอฮอล์และรายได้ เพิ่มโทษริบยานพาหนะ เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและการคุมประพฤติผู้ขับขี่ ประการที่สาม อาเซียนควรกำหนดผู้รับผิดชอบหลักของแต่ละประเทศ ตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ขับขี่ภายใต้อิทธิพลให้เป็นศูนย์ กำหนดรายการและระดับยาที่ยอมรับได้ และป้องกันการขับขี่ภายใต้อิทธิพลข้ามแดน และประการสุดท้าย อาเซียนควรห้ามการออกใบอนุญาตแก่ผู้ขับขี่ภายใต้อิทธิพลส่งเสริมการส่งต่อข้อมูลการกระทำผิดระหว่างกัน จัดทำข้อแนะนำการกำหนดปริมาณยา แนวทางทดสอบความบกพร่อง และการตรวจร่างกายผู้ขับขี่ภายในประเทศและข้ามแดน จัดทำข้อแนะนำการกำหนดอัตราค่าปรับตามระดับแอลกอฮอล์และรายได้ และให้รัฐสมาชิกทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับอาเซียน