R2R : Routine to Research

Permanent URI for this collection

งานวิจัยของบุคลากร มหาวิทยาลัยพะเยา

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 5 of 87
  • Item
    การพัฒนาระบบลงทะเบียนเข้าสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ไพจิตรา อินสุขิน
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบลงทะเบียนเข้าสอบสัมภาษณ์ออนไลน์สำหรับผู้มีสิทธิ์สอบเข้าศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบพัฒนาตามวงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) ประกอบด้วยขั้นตอนการศึกษาความต้องการ ออกแบบระบบพัฒนาระบบ ทดสอบระบบ และประเมินผลระบบการวิจัยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียน อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 98 คน วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถแก้ไขข้อจำกัดของระบบเดิม เช่น การยืนยันตัวตน การจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้งาน การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และสามารถใช้งานได้บนหลากหลายอุปกรณ์ นอกจากนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ในทุกด้าน ได้แก่ ความสะดวกในการเข้าถึง ความง่ายในการใช้งาน ความถูกต้องของข้อมูล และประสิทธิภาพของระบบโดยรวม แสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Item
    การพัฒนาระบบจัดการและรายงานผลการใช้งบประมาณด้วยแพลตฟอร์ม Google Sheet และ Google Data Studio กรณีศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) รณภัทร อักษรศิริ
    การศึกษานี้เป็นงานวิจัยเชิงพัฒนา มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการ และรายงานผลการใช้งบประมาณของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยใช้แพลตฟอร์ม Google Sheet ร่วมกับ Google Data Studio เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบในระบบเดิม ซึ่งประกอบด้วยข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความซับซ้อนในการใช้งาน และการเข้าถึงข้อมูลที่ล่าช้า การดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์และออกแบบระบบ การพัฒนาและทดสอบระบบ และการประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจ โดยใช้วงจรพัฒนาระบบ SDLC เป็นกรอบแนวทาง ผลการดำเนินงาน พบว่า ระบบใหม่สามารถแยกฐานข้อมูลออกจากรายงานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และใช้ Google Apps Script เพื่อพัฒนาแบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลที่มีอินเทอร์เฟซใช้งานง่ายการประมวลผลข้อมูลใช้ฟังก์ชัน SUMIFS, XLOOKUP และ IMPORTRANGE เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับแผนภาพใน Google Data Studio ทำให้สามารถนำเสนอข้อมูลการใช้งบประมาณแบบ Real-Time และมี Data Visualization ที่ยืดหยุ่นตามระดับการเข้าถึงของผู้ใช้งาน ผลการประเมินจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 คน พบว่า ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อระบบอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.31 – 4.46) โดยเฉพาะด้านความถูกต้องและความทันสมัยของการแสดงผล และมีข้อเสนอแนะให้พัฒนาต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันผ่าน AppSheet เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกผ่านมือถือ
  • Item
    การออกแบบและประดิษฐ์ชุดวัดสมบัติทางไฟฟ้าชนิดของเหลวสำหรับเครื่องวัดแอลซีอาร์
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ศักดา เขื่อนรอบเขต
    งานวิจัยนี้ได้ออกแบบและพัฒนาเซลล์วัดสำหรับบรรจุตัวอย่างของเหลว พร้อมระบบขั้วไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับการวัดสมบัติทางไฟฟ้าด้วยเครื่อง Precision LCR Meter โดยมีการออกแบบที่เน้นความสะดวกในการใช้งานและการทำความสะอาด การวัดครอบคลุมพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความต้านทาน ค่าความจุไฟฟ้า และค่าอิมพีแดนซ์เชิงซ้อน การประเมินประสิทธิภาพของระบบขั้วไฟฟ้าดำเนินการโดยวัดสมบัติทางไฟฟ้าของน้ำปราศจากไอออน (DI water) และสารละลาย NaCl ที่ความเข้มข้น 0.001, 0.01, 0.05 และ 0.5 M ในช่วงความถี่ 20 Hz ถึง 2 MHz โดยใช้เครื่อง Precision LCR Meter ยี่ห้อ Keysight รุ่น E4980A ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าน้ำ DI มีค่าความต้านทานสูงที่สุด ในขณะที่สารละลาย NaCl ที่ความเข้มข้น 0.5 M มีค่าความต้านทานต่ำที่สุด สำหรับค่าความจุไฟฟ้า พบว่า น้ำ DI มีค่าต่ำที่สุด และสารละลาย NaCl ที่ความเข้มข้น 0.5 M มีค่าสูงที่สุด การวิเคราะห์อิมพีแดนซ์เชิงซ้อนผ่าน Nyquist plot แสดงให้เห็นว่าน้ำ DI มีค่าอิมพีแดนซ์สูงกว่าสารละลาย NaCl ที่ความเข้มข้น 0.5 M ซึ่งสอดคล้องกับการมีไอออนที่น้อยกว่าในน้ำ DI
  • Item
    การพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก สำหรับหน่วยงานสนับสนุนในวิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) สุพจน์ มานะสุข; วราภรณ์ ดอนชัย; ชัชฎาภา วรโชติวนาไพร
    งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก สำหรับหน่วยงานสนับสนุนในวิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา" นี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก สำหรับหน่วยงานสนับสนุนในวิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา และ 2) เพื่อพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงเชิงรุก สำหรับหน่วยงานสนับสนุนในวิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ในการเก็บข้อมูลที่ได้จาการสำรวจใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ ประกอบด้วย บุคลากรสายสนับสนุนวิทยาเขตเชียงราย จำนวน 10 คน นิสิต/ศิษย์เก่า จำนวน 100 คน และบุคคลทั่วไปที่มาใช้บริการ จำนวน 20 คน รวมทั้งสิ้น 130 คน ด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) และใช้ค่าเฉลี่ย X̅ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. นำเสนอในรูปแบบตารางประกอบคำบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า สภาพการบริหารความเสี่ยงตามหลักการของ COSO ERM 2017 ในภาพรวมทุกด้านอยู่ระดับมาก (μ = 4.28) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การกำหนดกลยุทธ์ และวัตถุประสงค์ (Strategy & Objective-Setting มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (μ = 4.73) รองลงมา คือ การกำกับดูและและวัฒนธรรมองค์กร (Governance & Culture) (μ = 4.31) และน้อยที่สุด คือ สารสนเทศ การสื่อสาร และการรายงาน (Information, Communication, & Reporting) (μ = 4.04) และ ข้อเสนอแนะพบว่า การเพิ่มเติมข่าวสารประชาสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ และการขอวิทยากรในด้านการศึกษา มีจำนวนสูงสุด รองลงมา มีโครงการอบรมให้ความรู้แก่องค์กร และน้อยที่สุด ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทุกๆ ด้าน ตามลำดับ
  • Item
    บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กับการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) นิลุบล ปิงเมืองเหล็ก
    การศึกษาวิจัยเรื่อง บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กับการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อสำรวจความต้องการและข้อจำกัดในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร และเพื่อเสนอแนวทางและกลยุทธ์ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรในมหาวิทยาลัยพะเยา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา จำนวน 239 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 31-40 ปี เป็นบุคลากรสายสนับสนุน สังกัดศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีความเชี่ยวชาญด้าน AI อยู่ในระดับพื้นฐาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า บทบาทของ AI กับการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร อยู่ในระดับมากที่สุด โดยบทบาทสูงที่สุด คือ การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลและสรุปความรู้ เมื่อจำแนกตามตำแหน่งงานไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในรายประเด็น พบว่า สายสนับสนุนเห็นว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลและสรุปความรู้มากกว่าอาจารย์ ความต้องการใช้ AI ของบุคลากร อยู่ในระดับมากที่สุด คือ การใช้ AI เพื่อช่วย เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แบบรายบุคคล เมื่อจำแนกตามตำแหน่งงาน พบว่า ไม่แตกต่างกัน แต่ในรายประเด็นพบว่า สายสนับสนุนมีความต้องการใช้ AI เพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แบบรายบุคคลมากกว่าอาจารย์ ข้อจากัด ในการใช้ AI อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ความกังวลด้านความปลอดภัยและจริยธรรม เมื่อจำแนกตามตำแหน่งงานไม่แตกต่างกัน แต่สายสนับสนุนมีความกังวลต่อความปลอดภัยและจริยธรรมของ AI มากกว่าอาจารย์ โดยสรุปผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า AI มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา โดยเฉพาะด้านการจัดการข้อมูลและการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ขณะเดียวกัน บุคลากรยังคงมีข้อกังวล ด้านความปลอดภัยและจริยธรรมของ AI จึงควรมีการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนเชิงระบบ เพื่อเสริมสร้างการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน