R2R : Routine to Research

Permanent URI for this collection

งานวิจัยของบุคลากร มหาวิทยาลัยพะเยา

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 5 of 60
  • Item
    การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษาของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) กาญจนา โปทาวี; ปรียานุช ใจสุข
    งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษาของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา 2. เพื่อศึกษาแนวทางการสนับสนุนให้นิสิตสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ศิษย์เก่า วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา และอาจารย์ที่ปรึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการถดถอยแบบพหุคูณ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุป ผลการวิจัยจากศิษย์เก่า พบว่า 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านอาจารย์ที่ปรึกษา/การศึกษาอิสระ รองลงมา คือ ด้านการบริหารจัดการหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ส่วนด้านที่มีค่าน้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการทำวิทยานิพนธ์/การศึกษาอิสระ 2. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษาของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของนิสิต และปัจจัยด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ผลการวิจัยจากอาจารย์ที่ปรึกษา พบว่า 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านกระบวนการทำวิทยานิพนธ์/การศึกษาอิสระ รองลงมา คือ ด้านอาจารย์ที่ปรึกษา/การศึกษาอิสระ ส่วนด้านที่มีค่าน้อยที่สุด คือ ด้านการบริการของมหาวิทยาลัย 2. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษาของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา พบว่า ปัจจัยด้านอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/การศึกษาอิสระ และปัจจัยด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และผลการวิจัยเกี่ยวกับศึกษาแนวทางการสนับสนุนให้นิสิตสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนด พบว่า ควรมีการส่งเสริมนิสิตพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การจัดการเวลา ความรับผิดชอบ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมจัดกิจกรรมและระบบสนับสนุนนิสิต พัฒนาบริการมหาวิทยาลัยให้เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะห้องสมุดและการให้คำปรึกษา ส่งเสริมอาจารย์ที่ปรึกษาให้มีประสิทธิภาพ ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์อย่างเป็นระบบ จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการวิจัย และปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องความต้องการนิสิต เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และจริยธรรมในการทำวิจัยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
  • Item
    การพัฒนาระบบการบริหารจัดการคลังสารเคมี ห้องปฏิบัติการคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ดารุณี วังเสาร์
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและประเมินระบบบริหารจัดการคลังสารเคมีสำหรับห้องปฏิบัติการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีที่มาจากประสบปัญหาในการติดตาม และวิเคราะห์ปริมาณการใช้สารเคมีอย่างเป็นระบบ ขาดระบบควบคุมการเบิกจ่ายที่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถติดตามปริมาณคงคลังแบบทันที ขาดข้อมูลสำหรับการวางแผนงบประมาณ และปัญหาในการจัดทำรายงาน ตลอดจนผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอนและการวิจัย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การออกแบบและพัฒนาระบบโดยใช้ Google Apps Script และ Google Sheets สำหรับการจัดการฐานข้อมูล และการประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจต่อระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน คือ แบบประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจ กลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ อาจารย์ นิสิต บัณฑิตศึกษา และบุคลากรสายสนับสนุนส่วนงานปฏิบัติการคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่มีประสบการณ์ใช้งานระบบเบิกสารเคมีออนไลน์ระบบเดิม โดยกำหนดขนาดตัวอย่าง 30 คน การวิจัยนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 42 คน แบ่งเป็น กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 38 คน (นิสิต 37 คน, นักวิทยาศาสตร์ 1 คน) และกลุ่มผู้ดูแลระบบ 4 คน (นักวิทยาศาสตร์ผู้รับผิดชอบคลังสารเคมี) ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป โดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก โดยประเด็นที่ได้รับการประเมินสูงสุด คือ ระบบสามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านความพึงพอใจผู้ใช้งานทั่วไปมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดี และโดยประเด็นที่ได้รับการประเมินสูงสุด คือ ระบบสามารถใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน สำหรับผู้ดูแลระบบ ผลประเมินประสิทธิภาพของระบบอยู่ในระดับดีมากทุกหัวข้อ แสดงถึงความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อความรวดเร็วในการเข้าถึง ใช้งานง่าย ความครอบคลุมของข้อมูล ความแม่นยำ และความปลอดภัยของระบบ รวมถึงฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น ความถูกต้องของข้อมูล ความรวดเร็วในการตรวจสอบการอนุมัติคำขอ และความสามารถในการสร้างรายงานสรุปและปริมาณคงเหลือ ส่วนผลประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้ดูแลระบบก็อยู่ในระดับดีมากทุกด้านเช่นกัน โดยเห็นว่าระบบมีความสะดวกและรวดเร็วมากกว่าระบบเดิม รูปแบบทันสมัย ใช้งานง่าย ภาษาเข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการบริหารจัดการโดยสรุปทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ดูแลระบบต่างแสดงความคิดเห็นในระดับดีถึงดีมากต่อระบบบริหารจัดการคลังสารเคมีที่พัฒนาขึ้นนี้ โดยเน้นย้ำถึงประสิทธิภาพในการใช้งาน ความสะดวก ความรวดเร็ว และประโยชน์ที่ได้รับจริง ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการสารเคมีในห้องปฏิบัติการของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา มีความรัดกุม แม่นยำ และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • Item
    การพัฒนาระบบฐานข้อมูลรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะวัสดุกรณีศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) สุทธิดา ใจมูลมั่ง
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและออกแบบระบบฐานข้อมูลสำหรับจัดเก็บรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุที่ใช้ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยมุ่งเน้นให้สามารถจัดการข้อมูลวัสดุได้อย่างเป็นระบบ สะดวก รวดเร็ว และลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน และการประเมินผลการใช้งานของระบบจากผู้ใช้จริง กระบวนการวิจัยเริ่มจากการศึกษาปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน รวบรวมชื่อรายการ และคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุภายในหน่วยงาน ออกแบบระบบฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือ Google Sheets โดยคำนึงถึงการใช้งานที่สะดวก ความปลอดภัย และการปรับปรุงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น ผลการวิจัยพบว่า ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้สามารถค้นหาและเรียกดูข้อมูลวัสดุได้สะดวก มีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ สามารถอัปเดตข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ลดความซ้ำซ้อนของรายการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลด้านวัสดุภายในคณะฯ ได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน พบว่า อยู่ในระดับ “ดี” และ “ดีมาก” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบมีความเหมาะสมในการนำไปใช้จริง และสามารถพัฒนาต่อยอด ได้ในอนาคต
  • Item
    ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงานคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) กรรณิการ์ บุญเสริม; ฐิติพันธ์ ปรีดิณวัฒน์; ศศิวิมล ฟองตา
    งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคาดหวัง และความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2567 2) เพื่อเปรียบเทียบความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2567 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2567 4) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กลุ่มตัวอย่างงานวิจัยครั้งนี้ คือ อาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ปีการศึกษา 2567 จำนวน 72 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวได้รับการประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริง ผลการศึกษาพบว่า ความคาดหวังต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2567 อยู่ในระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ± 0.549 (ด้านขั้นตอน มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 ± 0.569) (ด้านบริการ มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 ± 0.604) อีกทั้งผลการประเมินความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึกปฏิบัติงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2567 อยู่ในระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ± 0.557 (ด้านขั้นตอน มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 ± 0.568) (ด้านบริการ มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.44 ± 0.598 และผลการวิจัยพบว่า ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึก (ด้านขั้นตอน) เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย 3 ลำดับแรก ได้แก่ (1) ได้รับหนังสือแจ้งการโอนเงินค่าตอบแทนอย่างชัดเจนและถูกต้อง (2) การได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการรับเงินค่าตอบแทนอย่างชัดเจน (3) สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการรับเงินค่าตอบแทนได้อย่างสะดวก และมีช่องทางการสอบถามข้อมูลไว้อย่างเพียงพอ (PNI Modifide = 0.0137, 0.0000, 0.0000 ตามลำดับ) ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อระบบการจ่ายค่าตอบแทนอาจารย์ประจำแหล่งฝึก (ด้านบริการ) เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย 3 ลำดับแรกได้แก่ (1) เจ้าหน้าที่ให้บริการอย่างเป็นมิตร (2) เจ้าหน้าที่พูดจาสุภาพ ใช้ภาษาที่เหมาะสมในการติดต่อกับอาจารย์ประจำแหล่งฝึก (3) เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสาร และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับเงินค่าตอบแทนได้อย่างชัดเจน รวดเร็วและครบถ้วน (PNI Modifide = 0.0175, 0.0155, 0.0132 ตามลำดับ) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ด้านขั้นตอน ควรปรับปรุงกระบวนการแจ้งข้อมูลการโอนเงินให้ชัดเจนและเป็นระบบ ควรมีการจัดทำแผนผังหรือขั้นตอนการรับค่าตอบแทนที่เข้าใจง่าย และมีระบบติดตามสถานะการโอนเงินแบบเรียลไทม์ เพิ่มเติมช่องทางการสอบถามขั้นตอนการโอนเงิน และมีการประเมินประสิทธิภาพของขั้นตอนเบิกจ่ายอย่างสม่ำเสมอ ด้านบริการ มีพัฒนาและจัดอบรมทักษะการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริการด้วยรอยยิ้มและความเป็นมิตร มีการสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการรับเงินค่าตอบแทน การรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จัดทำระบบประเมินความพึงพอใจอย่างสม่ำเสมอ
  • Item
    การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการส่งเกรดแบบจัดส่งด้วยตนเองและการจัดส่งแบบออนไลน์ เพื่อพัฒนาขั้นตอนการส่งเกรดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
    (มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) จริญญา ดวงเกิด
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เปรียบเทียบประสิทธิภาพการส่งเกรดแบบจัดส่งด้วยตนเองและการจัดส่งแบบออนไลน์ และ 2) พัฒนาและเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงขั้นตอนการส่งเกรดของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ อาจารย์ประจำหลักสูตร จำนวน 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสอบถามปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของประสิทธิภาพระหว่างสองระบบ ผลการวิจัยพบว่า การส่งเกรดแบบจัดส่งด้วยตนเองมีระดับความพึงพอใจโดยรวมในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.94, SD = 1.05) โดยด้านความถูกต้องและน่าเชื่อถือได้รับคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านขั้นตอนและความสะดวก ด้านเวลาและความรวดเร็ว และด้านทรัพยากรตามลำดับ ส่วนการส่งเกรดแบบออนไลน์ พบว่า มีระดับความพึงพอใจโดยรวมในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.55, SD = 0.61) โดยด้านเวลาและความรวดเร็ว และด้านขั้นตอนและความสะดวก ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับ และมีความพึงพอใจด้านความถูกต้องและน่าเชื่อถือในระดับมากเช่นกัน ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทั้งสองระบบ พบว่า ด้านเวลาและความรวดเร็ว ด้านขั้นตอนและความสะดวก และด้านความถูกต้องและน่าเชื่อถือ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .00 โดยระบบออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ จากข้อคำถามปลายเปิด พบว่า ปัญหาของการส่งเกรดแบบจัดส่งด้วยตนเอง ได้แก่ ความล่าช้า ความซับซ้อนของขั้นตอน และการสิ้นเปลืองทรัพยากร ส่วนปัญหาของการส่งเกรดแบบออนไลน์ ได้แก่ ความไม่ชัดเจนของระบบ ความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล และความไม่ถนัดในการใช้งานเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่มีประสบการณ์น้อย ข้อเสนอแนะจากผู้วิจัยและผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ การปรับปรุงอินเทอร์เฟซของระบบให้เข้าใจง่าย การแจ้งเตือนหลายช่องทาง การจัดทำคู่มือการใช้งาน และการเพิ่มฟังก์ชันการตรวจสอบข้อมูลก่อนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานระบบส่งเกรดออนไลน์ในอนาคต