แนวทางการพัฒนาธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

No Thumbnail Available
Date
2025
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยพะเยา
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อคุณภาพการให้บริการของธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และ 2. เสนอแนวทางการพัฒนาธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวที่เคยใช้บริการนวดเพื่อสุขภาพในพื้นที่ จำนวน 400 คน โดยใช้การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางคนเดียวหรือกับเพื่อน (30.00%) ได้รับข้อมูลจากคนรู้จัก (32.30%) และนิยมใช้บริการจากร้านนวดทั่วไป (41.80%) โดยบริการที่เลือกมากที่สุด คือ การนวดแผนไทย (50.50%) เพื่อการผ่อนคลาย (70.00%) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตัดสินใจใช้บริการด้วยตนเอง (59.50%) นิยมช่วงเวลาเย็น (36.50%) ใช้บริการเฉลี่ยครั้งละ 1 ชั่วโมง (41.80%) เดือนละ 1–2 ครั้ง (42.80%) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 100–500 บาทต่อครั้ง (65.50%) และมีแนวโน้มกลับมาใช้บริการซ้ำ (76.80%) รวมถึงแนะนำผู้อื่น (81.50%) ความคิดเห็นต่อคุณภาพการให้บริการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.36, S.D. = 0.57) โดยด้านบรรยากาศและสุนทรียภาพได้รับคะแนนสูงสุด รองลงมา คือ ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนาธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพของอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม 2. การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและใช้เทคโนโลยีเพื่อประชาสัมพันธ์ 3. การสร้างบรรยากาศที่สะท้อนเอกลักษณ์ล้านนา 4. การพัฒนาบริการผ่านการอบรมบุคลากรและระบบจองออนไลน์ 5. การเสริมทักษะภาษาต่างประเทศของพนักงาน และ 6. การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและจริยธรรมในการให้บริการผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า แนวทางดังกล่าวสามารถยกระดับคุณภาพธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
Description
This study aimed to 1. examine tourist behavior and opinions on the service quality of health massage businesses in Mueang District, Chiang Rai, and 2. propose development strategies to support health tourism. A purposive sample of 400 tourists with prior experience in the area was surveyed using questionnaires. Data were analyzed using descriptive statistics. Results showed that most tourists traveled alone or with friends (30.00%), obtained information from acquaintances (32.30%), and preferred general massage shops (41.80%), especially for Thai traditional massage (50.50%) and relaxation (70.00%). Most made independent decisions (59.50%), preferred evening sessions (36.50%) lasting one hour (41.80%), visited 1–2 times per month (42.80%), and spent 100–500 THB per session (65.50%). A majority intended to return (76.80%) and recommend the service (81.50%). Overall service quality was rated high (= 4.36, S.D. = .57) with ambiance and aesthetics rated highest. Six strategic areas for development were identified 1. infrastructure and safety, 2. Facilities and digital promotion, 3. Lanna-inspired atmosphere, 4. service optimization via training and online booking, 5. foreign language skill development, and 6. enhanced safety and ethics standards. These strategies aim to improve service quality, align with tourist expectations, and strengthen competitiveness in the local health tourism market.
Keywords
ธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพ, คุณภาพการให้บริการ, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, Health Massage Business, Service Quality
Citation
อาทิตย์ มงคลดี. (2568). แนวทางการพัฒนาธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา]. ฐานข้อมูลคลังปัญญาดิจิทัล มหาวิทยาลัยพะเยา (UP Digital Collections: UPDC).