การเปรียบเทียบความสามารถของข้อเท้าในคนสุขภาพดีที่มีภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง
No Thumbnail Available
Date
2022
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยพะเยา
Abstract
ภาวะข้อเท้าแพลงซ้ำมักเกิดในนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำโดยภาวะ ดังกล่าวนำไปสู่ภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงและส่งผลให้เกิดการจำกัดการทำกิจวัตรประจำวัน การเล่นกีฬา และการออกกำลังกาย การประเมินความสามารถในการกลับไปเล่นกีฬาที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน โดยหากมีการประเมินความสามารถที่เป็นมาตรฐานและสามารถบ่งชี้ความแตกต่างของความสามารถของข้อเท้าน่าจะเป็นประโยชน์ในการประเมินความสามารถในการกลับไปเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายโดยที่ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ ดังนั้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสัดส่วนของอาสาสมัครที่มีภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง และ 2) เปรียบเทียบผลของสมรรถภาพของข้อเท้าโดยใช้แบบสอบถามตนเอง และการทดสอบความสามารถในการทรงท่าแบบอยู่นิ่ง และแบบพลวัติในอาสาสมัครมีภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรังที่สามารถ และไม่สามารถกลับไปออกกำลังกายได้ จากอาสาสมัครที่ภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรังที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 24 คน พบว่า ร้อยละ 92 ของอาสาสมัครทั้งหมดสามารถกลับไปออกกำลังกายได้ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของแบบประเมินด้วยตนเอง และการทดสอบภาคสนามในการทรงท่าของข้อเท้าระหว่างอาสาสมัครที่มีภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงที่สามารถและไม่สามารถกลับไปออกกำลังกายได้ (p>0.05) แต่พบว่า แนวโน้มของผลของการทดสอบความสามารถของข้อเท้าในอาสาสมัครที่สามารถกลับไปออกกำลังกายยังคงมีผลที่ดีกว่าในทุกตัวแปร ดังนั้น การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของสัดส่วน และความสามารถของข้อเท้าของอาสาสมัครที่สามารถและไม่สามารถกลับไปออกกำลังกายได้รวมถึงแนวทางการตรวจประเมิน และติดตามความสามารถของข้อเท้าโดยใช้แบบสอบถามและการทดสอบภาคสนาม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสม และลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์
Description
Recurrent ankle sprain mostly occurred in healthy athletes and healthy individuals. Encountering such a condition leads to be chronic ankle instability (CAI) that limits daily activities and sport as well as exercise performances. Previously, return to play assessment depended on experts’ opinion in which cannot compare the ankle ability between the experts. So, standard assessments should be crucially provided to differentiate ankle performance in individuals with CAI who were or were not able to resume sport or exercise activities that would prevent recurrent ankle injury in the individuals. Thus, this study aimed 1) to explore a number of those with CAI who were able or unable return to resume sport activities, and 2) to compare ankle ability using self-questionnaire and functional abilities between those with CAI who were able or unable return to resume sport activities. Of all 24 participants, approximately 92% were able to return sport or exercise activities, but there was not significant difference in self-questionnaire and functional ankle ability between the groups (p>0.05). Even the findings revealed no significant difference in the outcomes between the groups, there had a trend of ankle parameters in both groups, which the unable group had similar outcomes to the other group. Therefore, the study indicated a trend of proportion and functional ankle ability in participants with CAI who were or were not able to resume sport or exercise activities. Also, it would provide standard assessments to detect and follow-up functional ankle ability to promote appropriate rehabilitation and reduce negative impacts in these individuals.
Keywords
ข้อเท้าไม่มั่นคง, ข้อเท้าแพลง, การทดสอบข้อเท้า, การกลับไปออกกำลังกาย, ankle instability, ankle sprain, functional ankle performance, return to play
Citation
จีรภัคร ม่วงเนียม, ธัญญารัตน์ ประทุม และนภารัตน์ แก้วนันทะ. (2565). การเปรียบเทียบความสามารถของข้อเท้าในคนสุขภาพดีที่มีภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง. [ปริญญานิพนธ์บัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยพะเยา. ฐานข้อมูลคลังปัญญาดิจิทัล มหาวิทยาลัยพะเยา (UP Digital Collections: UPDC).