ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยที่มีอายุ 30-60 ปี ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
No Thumbnail Available
Date
2013
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยพะเยา
Abstract
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยที่มีอายุ 30-60 ปี ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยได้ศึกษาทางด้านปัจจัย 4 ส่วน คือ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านความรู้ ปัจจัยด้านทัศนคติ ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา คือ สตรีไทยที่มีอายุ 30-60 ปี มีภูมิลำเนาในพื้นที่ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จำนวน 287 คน ใช้วิธีการสุ่มอย่างเป็นระบบ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม โดยแบบสอบถามความรู้ทั่วไปเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก มีค่าความเชื่อมั่น 0.76 แบบสอบถามทัศนคติต่อโรคมะเร็งปากมดลูก มีค่าความเชื่อมั่น 0.78 แบบสอบถามเกี่ยวกับความเชื่อด้านสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Chi-square จากการศึกษาพบว่า เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทําให้ไม่เคยไปรับบริการตรวจมะเร็งปากมดลูก คือ ร้อยละ 82.3 ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ รองลงมา คือ ร้อยละ 46.3 ไม่คิดว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทําให้เคยไปรับบริการตรวจมะเร็งปากมดลูก คือ ร้อยละ 77.7 ช่วงการรณรงค์ให้ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก รองลงมา คือ ร้อยละ 64.3 กลัวเป็นมะเร็งปากมดลูก เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ (p=0.494) สถานภาพสมรส (p=0.251) การศึกษา (p=0.223) และปัจจัยด้านการรับรู้ประโยชน์ของโรค (p=0.127) ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก ปัจจัยส่วนบุคคลด้านรายได้ (p=0.046) อาชีพ (p=0.007) การคุมกําเนิด (p=0.006) ปัจจัยด้านความรู้ (p=0.001) ปัจจัยด้านทัศนคติ (p=0.028) ปัจจัยด้านการรับรู้โอกาสเสี่ยงของโรค (p=0.005) ปัจจัยด้านการรับรู้ความรุนแรงของโรค (p=0.007) มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก ผลการศึกษาครั้งนี้ ควรดําเนินการต่อไป คือ ควรจัดให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างต่อเนื่อง และควรจัดให้มีบริการเคลื่อนที่ในการให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่บ้าน การประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นแกนนําหลักในการประชาสัมพันธ์ และควรเน้นการทํางานใกล้ชิดกับกลุ่มสตรีในชุมชนให้มากขึ้น
Description
The objective of this study was to examine factors related to the behavior of cervical cancer in Thai women aged 30-60 years in Chom Sawan Subdistrict, Mae Chan District, Chiang Rai Province. The study variables comprised of four factors of personal factors, knowledge, attitude and health beliefs. The sample consisted of Thai women aged 30-60 years in Chom Sawan Subdistrict, Mae Chan District, Chiang Rai Province 287 people using a systemic random sampling. Data were collected by questionnaire. A questionnaire of knowledge of cervical cancer has reliability at 0.76. A questionnaire of attitude of cervical cancer has reliability at 0.78. A questionnaire of health beliefs of cervical cancer has reliability at 0.85. Data were analyzed by using descriptive statistics, frequency, percentage, mean, standard deviation statistics and Chi-square test. The result showed that women who had never Pap Smear screening that found 82.3percentthey had no signs of any unusual symptoms.46.3 percent did not think it was cervical cancer. The women who had Pap Smear screening that found 77.7 percent the campaign to Pap Smear screening. 64.3 percent afraid to cervical cancer. The result showed that the personal factors of age (p=0.494), marital status (p=0.251), education (p=0.223), perceived benefit (p=0.127) no related to Pap Smear screening behavior. The personal factors of Income(p=0.046), occupation(p=0.007), and contraception(p=0.006), knowledge (p=0.001), attitude (p=0.028), perceived susceptibility (p=0.005), perceived severity (p=0.007) measure was significantly related to Pap Smear screening behavior. The results of this study. Should proceed is. Should arrange for Pap Smear screening continued. And should provide Pap Smear mobile service provider at home. Promoted to cover all areas by public health volunteer. And should focus on working closely with women's groups in the community.
Keywords
ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรม, ความเชื่อด้านสุขภาพ, มะเร็งปากมดลูก, Knowledge, Attitude, Behavior, Health beliefs, Cervical cancer
Citation
โกสุม สารทอง. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยที่มีอายุ 30-60 ปี ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา]. ฐานข้อมูลคลังปัญญาดิจิทัล มหาวิทยาลัยพะเยา (UP Digital Collections: UPDC).