Browsing by Author "ยุทธนา จำปารี"
Now showing 1 - 1 of 1
Results Per Page
Sort Options
- Itemผลของแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน แบคทีเรียละลายฟอสเฟตและละลายโพแทสเซียมต่อการเจริญเติบโตและการสร้างผลผลิตของข้าวสายพันธุ์ BKOS(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2020) ปิยะธิดา สุภาวงค์; ยุทธนา จำปารีจุลินทรีย์หลายชนิดสามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช โดยการเพิ่มธาตุอาหารในดิน ได้แก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช การศึกษาอิสระนี้จึงศึกษาผลของการประยุกต์ใช้แบคทีเรียตรึงไนโตรเจน (ไอโซเลท N3) แบคทีเรียละลายฟอสเฟต (Bacillus cereus MT253) และแบคทีเรียละลายโพแทสเซียม (Burkholderia cepacia) ต่อการเจริญเติบโตและการสร้างผลผลิตของข้าวสายพันธุ์ BKOS โดยพบว่า แบคทีเรียทั้ง 3 ชนิด ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการงอกของข้าว และเมื่อปลูกข้าวในกระถางที่มีดินผสมทราย อัตราส่วน 3:2 โดยมีเงื่อนไขทั้งหมด 6 เงื่อนไข พบว่า เงื่อนไขการเติมปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ส่งเสริมการเจริญเติบโตและการสร้างผลผลิตดีที่สุด สำหรับเงื่อนไขที่มีการเติมแบคทีเรีย พบว่า การเติมแบคทีเรียรวม 3 ชนิดส่งเสริมการเจริญเติบโต และการสร้างผลผลิตได้ดีกว่าการเติมแบคทีเรียชนิดเดี่ยว และไม่เติมแบคทีเรีย (ชุดควบคุม) โดยให้ค่าเฉลี่ยจำนวนกอเท่ากับ 2.4 กอ/ต้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ของชุดควบคุม (1.94 กอ/ต้น) จำนวนรวง 1.6 รวง/ต้น เพิ่มขึ้น ร้อยละ 23 ของชุดควบคุม (1.3 รวง/ต้น) และเมื่อนำแบคทีเรียทั้ง 3 ชนิดมาทำเป็นผงแป้งโดยผสมกับแป้งมันสำปะหลังอัตราส่วน 1:1.6 พบว่า แบคทีเรียทั้ง 3 ชนิดมีชีวิตรอดได้นานกว่า 90 วัน นอกจากนี้หากใช้แบคทีเรียเป็นปุ๋ยชีวภาพตลอดฤดูการเพาะปลูกจะมีต้นทุนการผลิต 800 บาท/ไร่ ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีมีต้นทุนการผลิตสูงถึง 3,600 บาท/ไร่ ดังนั้น การประยุกต์ใช้แบคทีเรียตรึงไนโตรเจน (N3) แบคทีเรียละลายฟอสฟอรัส (B. cereus MT253) และ แบคทีเรียละลายโพแทสเซียม (Bu. cepacia) จึงเหมาะสมในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมให้คุณภาพดินดีขึ้น