University of Phayao

Digital Collections

ฐานข้อมูลคลังปัญญา มหาวิทยาลัยพะเยา จัดทำโดยศูนย์บรรณสารและการเรียนรู้ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บและเผยแพร่ผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิต ของมหาวิทยาลัยพะเยา

นโยบายการรับผลงานการรับผลงานเข้าสู่ฐานข้อมูลคลังปัญญา มหาวิทยาลัยพะเยา จะคัดเลือกรับผลงานประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • Theses วิทยานิพนธ์
  • Dissertations ดุษฎีนิพนธ์
  • Independent Study รายงานการค้นคว้าอิสระ
  • Technical Report รายงานการวิจัย
  • Journal Paper บทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในบทความวารสาร
  • Bachelor’s Project ปัญหาพิเศษนักศึกษาปริญญาตรี
  • Patents สิทธิบัตร
  • Local Information Phayao Province ข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดพะเยา
  • University of Phayao Archives จดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยพะเยา

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือส่งผลงานได้ที่ UPDC Support.

Photo by @inspiredimages
 

Recent Submissions

Item
อิทธิพลของการตรวจสอบภายในที่มีผลต่อความโปร่งใส ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ธนน พงศ์ธนะกฤษ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของการตรวจสอบภายในที่มีต่อความโปร่งใส ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่อยู่ในเขตจังหวัดภาคเหนือเขต 2 รวม 9 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 175 แห่ง ซึ่งใช้แบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า การตรวจสอบภายใน ในกลุ่มจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และตาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกจัดอันดับจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ไว้สูงที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือเขต 2 มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อความโปร่งใส (คะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐหรือ ITA) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (คะแนนการประเมินประสิทธิภาพของ อปท. หรือ LPA) ทั้งยังพบว่า การตรวจสอบภายใน ในกลุ่มเทศบาลนครและเทศบาลเมืองซึ่งถูกจัดกลุ่มให้เป็น อปท. ขนาดใหญ่ มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อการจัดสรรงบประมาณ (จำนวนเงินอุดหนุน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แต่การตรวจสอบภายใน ในกลุ่มจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และสุโขทัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกจัดอันดับจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ไว้ต่ำที่สุด มีอิทธิพลทางตรงเชิงลบต่อการจัดสรรงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 ซึ่งผลการวิจัยนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ คือ เป็นองค์ความรู้ใหม่และฐานความรู้สำหรับพัฒนาศักยภาพนักวิชาการตรวจสอบภายในภาครัฐ หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้พัฒนาบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และวางแผนอัตรากำลัง ทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบภายใน เสริมสร้างระบบการควบคุมภายในและสนับสนุนการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล
Item
ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) นรา ตานาคา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป 2) เพื่อศึกษาความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป 4) แนวทางการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์ต่อความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป โดยเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณ จำนวน 28 ตัวอย่าง และผู้ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 5 ราย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป ส่วนใหญ่มีระดับความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมากหากพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ปัจจัยด้านความตระหนักในกฎหมายและข้อบังคับ มีความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนปัจจัยด้านการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ปัจจัยด้านซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านแรงกดดันจากตลาด มีความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านต้นทุน และด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า มีความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน 3) ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูป พบว่า ปัจจัยด้านการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ปัจจัยด้านซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านความตระหนักในกฎหมายและข้อบังคับ และปัจจัยด้านแรงกดดันจากตลาด มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูปทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านต้นทุน และด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า 4) แนวทางการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์ต่อความสามารถในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โคเนื้อลดรูปประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 4.1) ด้านนโยบาย 4.2) ด้านซัพพลายเออร์ 4.3) ด้านกระบวนการ และ 4.4) ด้านกฎระเบียบและข้อบังคับ
Item
พฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี่สำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) ศุภฤกษ์ ไชยลังกา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาบริบทของธุรกิจเดลิเวอรี่ในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยว และการใช้บริการเดลิเวอรี่ของนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และ 3. เพื่อจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวตามพฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี่ของนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ในการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับผู้ประกอบการธุรกิจเดลิเวอรี่ จำนวน 4 ราย ได้แก่ Foodpanda, GrabFood, Robinhood และ Linemanเพื่อวิเคราะห์บริบทของการให้บริการและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix: 7Ps) และการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่และมีประสบการณ์ในการใช้บริการเดลิเวอรี่ จำนวน 400 คน ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงปริมาณนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการวิเคราะห์จัดกลุ่ม (Cluster Analysis) โดยใช้วิธี K-means Cluster ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการเดลิเวอรี่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งการส่งอาหาร บริการจัดส่งพัสดุ การสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตพันธมิตร นอกจากนี้ ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่ายมีความสำคัญ โดยผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกในเขตพื้นที่ที่ให้บริการอย่างทั่วถึง ปัจจัยด้านบุคลากรยังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจให้ความสำคัญ โดยมีการจัดอบรมพนักงานเพื่อพัฒนาทักษะการให้บริการให้มีความรวดเร็วและเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ พบว่า Grab และ Foodpanda ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านกายภาพ โดยให้ความใส่ใจในด้านการออกแบบแอปพลิเคชัน ทั้งในแง่ของสีสัน ความเรียบง่าย และความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ ความประทับใจ และการจดจำของผู้บริโภค อันนำไปสู่การใช้บริการซ้ำในอนาคต ผลการศึกษาเพื่อกลุ่ม (Cluster Analysis) โดยใช้วิธี K-means Cluster พบว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเชียงใหม่มีพฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวสุภาพสตรีที่เดินทางมากับครอบครัว จำนวน 136 คน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยววัยทำงานที่มองหาการบริการที่คุ้มค่า จำนวน 116 คน และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองการบริการที่หลากหลายและแม่นยำ มีจำนวนมากที่สุด 148 คน ผู้วิจัยยังได้ให้ข้อมูลเสนอแนะสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องการเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตลอดจนการเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น
Item
ความคาดหวังที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2025) นวรัตน์ ปัญญาชัย
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคาดหวังของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และ 3) เพื่อศึกษาความคาดหวังที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้มาเยือนชาวไทยที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จำนวน 384 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที Independent Simples T-test การทดสอบ One-way ANOVA (F-Test) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยมีความคาดหวังต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพ โดยภาพรวมมีระดับความคาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านสิ่งที่ดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพ เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านความสะดวกในการเดินทางของแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว และด้านการบริการที่พัก ตามลำดับ 2. ผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยมีความพึงพอใจต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยภาพรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านความน่าเชื่อถือ ด้านการเข้าใจและรู้จักลูกค้า ด้านการตอบสนองลูกค้า และด้านการให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า ตามลำดับ และ 3. ความคาดหวังของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยมีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และความคาดหวังของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้มาเยือนกลุ่มผู้สูงวัยต่อแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด คือ มีความสวยงามทางธรรมชาติ (X1) รองลงมา คือ ลักษณะของน้ำพุร้อนธรรมชาติมีความน่าสนใจ (X2) ที่พักมีคุณภาพได้รับมาตรฐานและมีความปลอดภัย (X14) มีกิจกรรมที่หลากหลาย (X17) สามารถใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ (X4) และกิจกรรมน่าสนใจ (X18) ตามลำดับ
Item
ปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา
(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2024) คงฤทธิ์ เชื้อสะอาด
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างเป็น ผู้บริโภคที่ซื้อหรือเคยซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา จำนวน 385 คน ได้มาจากการสุ่มแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) การตลาดเชิงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้า และเครื่องแต่งภายในจังหวัดพะเยา ได้แก่ ปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านความรู้สึก ปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัส ปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านการกระทำ และปัจจัยการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านความเชื่อมโยง โดยมีประสิทธิภาพร่วมกันในการทำนายการตลาดเชิงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา ร้อยละ 56.2 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) แนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามเสนอแนะสำหรับผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายในจังหวัดพะเยา โดยผู้วิจัยจะแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) แนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัส 2) แนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านความรู้สึก 3) แนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านการกระทำ และ 4) แนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ด้านความเชื่อมโยง