Browsing by Author "ชลธิชา ปันมัชยา"
Now showing 1 - 1 of 1
Results Per Page
Sort Options
- Itemผลของการใช้โปรแกรมการกระตุ้นพัฒนาการร่วมกับการใช้คอกกั้นเด็กในทารกคลอดก่อนกำหนดและทารกคลอดครบกำหนด(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2023) ชลธิชา ปันมัชยา; อาภาภัทร แสงประสิทธิ์; ขนิษฐา ถาต๊ะวงศ์การเดินได้เองอย่างอิสระเป็นพัฒนาการสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทารกได้พัฒนาด้านอื่น และยังเพิ่มโอกาสให้ทารกได้เรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ทารกคลอดก่อนกำหนด สามารถเดินได้เองล่าช้ากว่าเมื่อเทียบกับทารกคลอดครบกำหนดในวัยเดียวกัน ประโยชน์ของคอกกั้นเด็ก (playpens) คือ สามารถช่วยจัดสรรพื้นที่ให้ทารกมีอิสระและมีความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว หากใช้ร่วมกับโปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยของทารกอาจจะสร้างปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมให้ทารกได้รับประสบการณ์ในการเคลื่อนไหว อีกทั้งสามารถส่งเสริมการเดินได้ ในส่วนของการเลี้ยงดูและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอาจมีผลต่อพัฒนาการควบคุมการเดินและอายุที่ควรที่จะเริ่มเดินได้เอง อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานทางงานวิจัยว่าส่งผลต่อพัฒนาการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่และพัฒนาการการเดิน ทารกแต่ละคนต้องการการกระตุ้นที่จำเพาะกับพัฒนาการของตนเอง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาโปรแกรมกระตุ้นท่ายืนและเดินที่จำเพาะกับทารกไทยขึ้นโดยเปรียบเทียบกับทารกที่ไม่ได้ใช้คอกกั้นเด็กในการเลี้ยงดูในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการยืนและการเดินของทารกที่ใช้คอกกั้นเด็กเปรียบเทียบกับทารกที่ไม่ใช้คอกกั้นเด็ก และเปรียบเทียบค่าคะแนนก่อนและหลังการใช้คอกกั้นเด็กร่วมกับได้รับโปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการประเมิน โดยแบบประเมินการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่โดย Alberta Infant Motor Scale (AIMS) งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษา พบว่า การใช้คอกกั้นเด็กร่วมกับได้รับโปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการในท่ายืนเดินเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยอาสาสมัคร 30 ราย ได้แก่ ทารกคลอดครบและคลอดก่อนกำหนด จำนวน 15 คน ได้รับโปรแกรมกระตุ้นท่ายืนและเดิน และอีก 15 คน ไม่ได้รับโปรแกรมดังกล่าว ทั้งหมดได้รับการทดสอบความสามารถด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั้งก่อน และหลังการได้รับโปรแกรม ผลการศึกษาพบว่า คะแนนการเคลื่อนไหวด้วยกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ใน 5 องค์ประกอบ ท่าทางหลัก ท่าทางนอนคว่ำ การยืน และคะแนนรวมภายในกลุ่มทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่สัปดาห์ที่ 4 เมื่อเทียบกับค่าคะแนน Baseline โดยใช้สถิติ Wilcoxon signed-rank test และในการทดสอบระหว่างกลุ่ม ใช้สถิติ Mann-Whitney U Test พบว่า คะแนนท่านั่ง การยืน และค่าคะแนนรวมของทารกกลุ่มที่ใช้คอกกั้นเด็กมีความสามารถที่ดีกว่าทารกกลุ่มที่ไม่ใช้คอกกั้นเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่า p-value < 0.05 ข้อจำกัดของการศึกษาครั้งนี้ คือ มีทารกคลอดก่อนกำหนดเข้าร่วมการศึกษาจำนวนน้อย การวิจัยต่อไปควรศึกษาผลของการให้โปรแกรมดังกล่าวโดยนักกายภาพบำบัดทุกวัน ต่อการควบคุม ท่ายืนและการเคลื่อนไหวของทารก