Browsing by Author "จิราพัชร ขัดแสน"
Now showing 1 - 1 of 1
Results Per Page
Sort Options
- Itemผลของการออกกำลังกายด้วยนวัตกรรมพื้นบ้านต่อความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อประกบข้อเข่าและคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา(มหาวิทยาลัยพะเยา, 2019) สุธัญญา วรรณพันธ์; จิราพัชร ขัดแสน; ศิริศักดิ์ โลตุรัตน์ที่มา: โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of Knee) เป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (Adult and elderly group) ส่งผลให้เกิดความผิด ลดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps femoris muscle) ความเจ็บปวด รวมถึงความพิการทางร่างกาย ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลง จากรายงานการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า การออกกำลังกายข้อเข่าจะช่วยฟื้นฟูข้อเข่าให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมการออกกำลังกายในผู้ป่วยกลุ่มนี้น้อยอยู่ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยนวัตกรรมพื้นบ้านยางยืดต่อความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อกลุ่มประกบข้อเข่า และคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม และเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโปรแกรม General exercise และโปรแกรม Resistance Exercise ร่วมกับ Stretching Exercise โดยทำการศึกษาในอาสาสมัครที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมอายุ 60 ปีขึ้นในตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา วิธีการ: อาสาสมัครที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การคัดเข้าและคัดออก จำนวน 30 คน ถูกสุ่มแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 กลุ่มให้โปรแกรม General exercise และกลุ่มที่ 3 กลุ่มให้โปรแกรม Resistance Exercise ร่วมกับ Stretching Exercise อาสาสมัครทุกคนได้รับการประเมินตัวแปรทั้งหมด 2 ครั้ง คือ ก่อนเริ่มการศึกษาและหลังจากการศึกษา 3 สัปดาห์ ตัวแปรที่ทำการประเมิน ได้แก่ ระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อควอดไดรเซบส์ (Quadriceps strength), ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อกลุ่มงอขา, ระดับความเจ็บปวด (Level of pain) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life) โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติ คือ p<0.05 ผลการศึกษา: พบว่า ภายหลังจากการออกกำลังกาย 3 สัปดาห์กลุ่มให้โปรแกรม Resistance Exercise ร่วมกับ Stretching Exercise มีระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อควอดไดรเซบส์ (170.8±33.18vs 152.8±37.63 p=0.008) และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อกลุ่มงอขา (11.0±8.82vs 9.2±8.17:p=0.004) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับความเจ็บปวด (Level of pain) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (38.7±1.70vs 35.1±2.42; p=0.003) และคุณภาพชีวิต (Quality of Life) เพิ่มขึ้นทุกมิติ ทั้งด้านความเจ็บปวด ข้อฝืด และการทำงานของข้อเข่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเทียบกับก่อนการทดลองผลการศึกษา โดยยังพบว่ากลุ่มที่ 2 ที่ได้รับ General exercise ยังพบว่า สามารถลดความเจ็บปวด (p=0.001) เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อกลุ่มงอขา (p=0.04) และยังสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิต (p<0.05) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง ส่วนการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่า ภายหลังจากให้โปรแกรม Resistance Exercise ร่วมกับ Stretching Exercise 3 สัปดาห์ มีค่าความเจ็บปวดลดลงและเพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.05) ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับโปรแกรม General exercise มีค่าคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.05) สรุป: การออกกำลังกายด้วยโปรแกรม Resistance Exercise ร่วมกับ Stretching Exercise 3 สัปดาห์ สามารถลดอาการปวด เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ นอกจากนี้การให้ General exercise ยังให้ผลคล้ายกันแต่สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อกลุ่มงอขาได้ แต่อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผลระหว่างกลุ่มที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้านความแข็งแรง